วันจันทร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ข้อควรระวัง! ของปั๊มเคมี ยี่ห้อ MILTON ROY LMI model G Series

ข้อควรระวัง
• ก่อนเดินปั๊มทุกครั้งต้องเปิดวาล์วด้านดูดและจ่ายก่อน
• เมื่อปรับอัตราการจ่ายเรียบร้อย ต้องล็อคปุ่มปรับทุกครั้ง
• ไม่ควรปรับอัตราการจ่ายต่ำกว่า 0%
• เมื่อมีสิ่งผิดปกติ เช่น มีเคมีหรือน้ำมันรั่ว ให้หยุดเดินปั๊ม และรีบแจ้งทางตัวแทน เพื่อป้องกันความเสียหายของปั๊ม


http://www.airpumpcenter.com/


ปัญหาและการแก้ไขเบื้องต้นของปั๊มเคมี ยี่ห้อ MILTON ROY LMI model G Series

ปัญหาและการแก้ไขเบื้องต้น




1. ปั๊มทำงานแต่ไม่มีสารเคมีออกมา
• มีอากาศอยู่ในหัวปั๊ม
• แผ่นไดอะแฟรมแตก
• ไม่เติมน้ำมันเกียร์ หรือเติมน้อยเกินไป (จะทำให้เฟืองด้านในเสียหายได้)
• มอเตอร์หมุนผิดทาง (ต้องหมุนตามเข็มนาฬิกา เมื่อมองจากด้านบน)

2. มีน้ำมันรั่วบริเวณจุกเดรนด้านล่างปั๊ม
• Oil seal ชำรุด

3. มีเคมีรั่วบริเวณจุกเดรนด้านล่างปั๊ม
• แผ่นไดอะแฟรมแตก (ให้หยุดปั๊มทันที)

4. มีน้ำมันรั่วบริเวณปุ่มปรับอัตราการสูบจ่าย
• ไม่ได้ล็อคปุ่มปรับ
• ปรับอัตราการจ่ายต่ำากว่า 0%







วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560

การบำรุงรักษาปั๊มเคมี ยี่ห้อ MILTON ROY LMI model G Series

การบำรุงรักษาปั๊มเคมี 
• ควรตรวจสอบสภาพทั่วไปของปั๊มเคมีอย่างสม่าเสมอ
• ควรตรวจสอบรอยรั่วตามจุดข้อต่อต่างๆอย่างสม่าเสมอ
• ควรตรวจเช็คหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนต่างๆที่อาจเสื่อมสภาพได้ ตามการใช้งาน
• ดูแลรักษาความสะอาดตัวเรือนปั๊ม



http://www.airpumpcenter.com/

วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ปัญหาปั๊มไม่สูบจ่ายของ Metering Pump ยี่ห้อ MILTON ROY LMI model G Series

ตัวอย่างปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวปั๊ม Metering Pump ยี่ห้อ MILTON ROY LMI model G Series คืออาการปั๊มไม่สูบจ่าย

การตรวจเช็คเบื้องต้น
- ไม่มีไฟเข้าสู่ปั๊ม หรือจ่ายไฟผิด (1)
- เซ็ตปุ่มปรับสโตรกไว้ที่ 0 (2)
- ที่วาล์วขาดูด หรือที่ขาจ่ายถูกบล็อกอยู่ (Valve, Filter) (3)
- ของเหลวในถังเก็บไม่เพียงพอ







วันอาทิตย์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2560

วิธีประกอบเครื่องเติมอากาศกังหันตีน้ำ 4 ใบพัด



วิธีประกอบเครื่อง (กังหันตีน้ำไฟฟ้า 4 ใบพัด)
1. นำทุ่นมาตั้งเรียงกัน 3 ลำ
2. นำแท่น STL มาประกอบติดกับทุ่น โดยยึดน๊อตให้แน่น (ใช้น๊อต 12 ชุด)
3. นำตุ๊กตามาประกอบกับแท่น (ตามรูป) (ใช้น๊อต 4 ตัว)
4. ยกมอเตอร์เกียร์ขึ้นตั้งตรงกลางให้ได้ศูนย์กับตุ๊กตา (ใช้น๊อต 4 ตัว)
5. นำยางยอยครบชุดประกอบกับเพลาเกียร์ 2 ข้างให้แน่น
6. นำใบพัดสวมเข้าไปในเพลา STL 2 เส้น
7. ยึดน๊อตให้แน่นหมดทุกตัว





http://www.airpumpcenter.com

วันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2560

คู่มือการใช้งาน เครื่องเติมอากาศแบบตีใต้น้ำ (Air Jet Aerator)

คู่มือการใช้งาน
เครื่องเติมอากาศใต้ผิวน้ำ (Jet Aerator)
**คำแนะนำ กรุณาอ่านคู่มือ ก่อนประกอบติดตั้งเครื่อง**



การทำงานของเครื่อง
                Jet Aerator เป็นเครื่องเติมอากาศชนิดใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนเพลากลวง (Hollow Shaft) ที่มีใบพัดติดอยู่ปลายเพลา ด้วยความเร็วประมาณ 3000 รอบต่อนาที จะเกิดความดันที่แตกต่างกันที่บริเวณหัวจ่าย (Diffuser) ทำให้อากาศเหนือผิวน้ำจะถูกดูดลงไปตามรูเพลากลวง ผ่านหัวจ่าย (Diffuser) กระทบกับน้ำที่ถูกผลักด้วยความเร็วของใบพัดแตกกระจายเป็นฟอง ละเอียดเล็กๆ พุ่งลงไปในน้ำ ทำให้ฟองอากาศนี้แขวนลอยอยู่ในน้ำได้นาน ซึ่งเครื่องเติมอากาศแต่ละเครื่องมีความสามารถในการเติมออกซิเจนในสภาวะมาตรฐานได้ไม่น้อยกว่า 1.1 กก./ซม./แรงม้า
                เครื่องเติมอากาศตัวเครื่องจะยึดติดกับทุ่นที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ เครื่องนี้จะติดตั้งทำมุมกับผิวน้ำ และมุมนี้สามารถปรับเปลี่ยนได้ 30-60 องศา เพื่อให้เหมาะสมกับความตื้นลึกของน้ำ

รูปแบบแสดงการทำงาน


                เครื่องเติมอากาศตัวเครื่องจะยึดติดกับทุ่นที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ เครื่องนี้จะติดตั้งทำมุมกับผิวน้ำ และมุมนี้สามารถปรับเปลี่ยนได้ 20-23 องศา เพื่อให้เหมาะสมกับความตื้นของน้ำ ดังนี้



การติดตั้ง

การติดตั้งการใช้งานสามารถทำได้ 2 วิธี คือ
                1. ติดตั้งตายตัวในกรณีที่ระดับน้ำที่จะทำการเตรียมออกซิเจนมีระดับคงที่ตายตัวไม่มีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่จะติดตั้งโดยยึดด้านหน้า ( รูปที่1) หรือติดตั้งแบบยึดด้านข้าง (รูปที่2) และทำการปรับมุมก้มเงยตามความต้องการ

รูปที่1 ติดตั้งด้านหลังของเครื่อง

รูปที่2 ติดตั้งด้านข้างของเครื่อง

                2. ติดตั้งบนทุ่นลอยในกรณีที่ระดับน้ำมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทุ่นนี้จะลอยตัวอยู่บนผิวน้ำและจะปรับตัวเองไปตามการขึ้นลงของระดับน้ำ ทำให้รักษาระดับการพ่นของออกซิเจนลงไปในน้ำเป็นไปอย่างคงที่ เครื่องจะติดตั้งอยู่บนทุ่นลอยที่ทำจาก Polyethylene มีความเหนียวแข็งแรง หล่อเป็นชิ้นเดียวกันตลอด ภายในทุ่นบรรจุด้วยโฟม (Polyethylene) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและป้องกันการจมของทุ่น ทุ่นนี้จะลอยตัวอยู่บนผิวน้ำและยึดด้วยเสาที่ท้ายทุ่น (รูปที่3) หรือยึดด้วยสลิงให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ (รูปที่4) จากนั้นให้ปรับมุมก้มเงยตามความต้องการ
 รูปที่3


 รูปที่4

                3. การต่อไฟฟ้าเข้าเครื่อง มอเตอร์ที่ใช้เป็นแบบ 3 สาย ใช้ได้ทั้งไฟ 220V และไฟ 380V โดยต่อไฟดังนี้
วิธีที่ 1. สำหรับไฟ 220V 3สาย ให้ต่อแบบ Delta (รูปที่5)
รูปที่5

วิธีที่ 2. สำหรับไฟ 380V 3สาย ให้ต่อแบบ Y (รูปที่6)
รูปที่6

                การต่อไฟฟ้าเข้ากับมอเตอร์ ต้องผ่านตู้ควบคุมไฟฟ้า ที่มีระบบ Overload Protection เพื่อป้องกันมอเตอร์เกิดการเสียหายจากการใช้กระแสไฟฟ้าเกิน หรือลัดวงจร
                ให้ต่อสายเข้ามอเตอร์โดยมอเตอร์ต้องหมุนถูกต้องตามทิศทางการหมุนของใบพัด การตรวจสอบทิศทางการหมุนนี้ต้องกระทำโดยใบพัดต้องจมอยู่ใต้น้ำ เพราะบูชที่ปลายเพลาต้องการน้ำเป็นตัวหล่อลื่น (รูปที่7)
รูปที่7

ห้าม ทดลองหรือเดินเครื่องโดยใบพัดพ้นน้ำเป็นอันขาด บูชที่ปลายเพลาจะเสียหายทันที (รูปที่8)
รูปที่8

ต้อง แน่ใจว่า รูสำหรับให้น้ำเข้าไปหล่อลื่นที่บูชใบพัด ต้องจมอยู่ใต้น้ำ (รูปที่9)
รูปที่9

การใช้งานและการดูแลรักษา
                ตามที่ได้กล่าวมาแล้วว่าการเคลื่อนไหวของชิ้นส่วนก็มีเพียงเพลากับใบพัด ทำให้ง่ายต่อการดูแลรักษาและซ่อมบำรุงโดยทั่วไปแล้วจะใช้เวลาน้อยมากในการดูแล แต่อย่างไรก็ดี ควรปฎิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้
                ขั้นแรก ให้สังเกตการณ์ทำงานของเครื่องว่าเดินเรียบ ไม่มีการสั่นสะเทือนที่ตัวเครื่อง ถ้าเป็นเครื่องที่ติดตั้งตายตัวให้สังเกต โดยใช้มือสัมผัสกับขายึดเครื่อง และถ้าเป็นเครื่องที่ติดอยู่บนทุ่นลอยตัวให้สังเกตดูได้จากน้ำที่อยู่รอบข้างทุ่นว่ากระเพื่อมมากน้อยเพียงใด
                ถ้าเครื่องเดินไม่เรียบ มีการสั่นมาก อาจจะมีเศษขยะไปติดพันใบพัดหรือเพลา ให้ทำการแก้ไขถ้าไม่หายให้ตรวจสอบดูว่ายอยห์คดหรือไม่ ซึ่งปกติจะไม่มีปัญหานี้เกิดขึ้นเพราะเป็นยอยห์สปริง แต่อาจจะเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ไม่เข้าใจในการถอดประกอบ โดยการโยกเพลาไปมามากเกินมุมกำหนดที่ยอยห์จะรับได้ ทำให้เพลาและยอยห์ ไม่ต่อเป็นแนวตรงเดียวกัน ทำให้มีอาการสั่นเมื่อเดินเครื่อง ในกรณีเช่นนี้อาจจะต้องเปลี่ยนเพลาทั้งเส้น
                7วันหลังจากติดตั้ง
                เมื่อติดตั้งเครื่องใหม่ๆ และใช้งานไปประมาณ 7 วัน ให้ตรวจขันน๊อตสกรูต่างๆ ว่าขันเข้าที่ทุกตัว หลังจากนั้นแล้วให้ตรวจสอบทุกๆ 6 เดือน
                ทุกๆ 6 เดือน
                ให้หยุดเครื่องและตรวจสอบสภาพการใช้งานทั่วไป
                1. ใช้มือหมุนใบพัดดูว่าหมุนไปได้คล่อง ไม่มีการติดขัดของลูกปืนมอเตอร์
                2. ใช้มือโยกใบพัดดูว่าเพลาไม่คลอนกับตัวบูชมากนัก ปกติตัวช่องว่างระหว่างเพลากับปลอกบูช จะอยู่ระหว่าง 0.5-1.5 มม.(รูปที่10) การใช้งานปกติโดยทั่วไป บูชนี้จะเสียหายต้องใช้เวลาเป็นปี แต่ในกรณีที่น้ำมีทรายปนมากๆ หรือมีวัตถุอื่นเจือปนที่มีลักษณะแข็งเหมือนผงขัด ก็จะทำให้บูชสึกหรอเร็วกว่าปกติ

รูปที่10

                3. ถ้ามีช่องว่างระหว่างปลอกเพลากับบูชมากเกินไป จะทำให้เครื่องเดินไม่เรียบ เพลาแกว่งและทำให้ลูกปืนมอเตอร์เสียเร็วกว่าปกติ และกินไฟฟ้า ให้ทำการเปลี่ยนปลอกเพลากับบูชใหม่ (ดูวิธีการถอดประกอบ)
                4. ตรวจสอบขันสกรูทุกตัวให้เข้าที่
                ทุกๆ 1 ปี
                ให้หยุดเครื่อง และถอดชิ้นส่วนต่างๆ ออกเพื่อตรวจสอบสภาพการใช้งาน เปลี่ยนชิ้นส่วนที่จำเป็นตรวจสอบลูกปืนมอเตอร์ เปลี่ยนหรืออัดจารบีตามความเหมาะสม (ดูวิธีการถอดประกอบ)


ปัญหาและการแก้ไข


การถอดประกอบ
                เมื่อปลดสายไฟฟ้า และเครื่องออกจากฐานติดตั้งแล้ว ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ การทำผิดขั้นตอนอาจจะก่อให้เกิดการเสียหายต่อชิ้นส่วนได้
การถอดตัวเครื่อง
1. เช็คเครื่องให้แห้งแล้วตั้งลงบนพื้นโดยให้ตัวมอเตอร์อยู่ด้านล่างและปลายใบพัดชี้ขึ้นด้านบน
2. คลายการ์ดใบพัดให้หลวม และรูดการ์ดลงมาด้านล่าง ให้ใบพัดไม่มีสิ่งกีดขวาง เพื่อสะดวกในการถอด (ดูรูปที่11)
3. ใช้ไขควงสอดเข้าที่รูอากาศที่เสื้อเครื่อง และร้อยทะลุผ่านช่องว่างกลมๆ ที่ยอยห์ออกไปอีกข้างหนึ่งเพื่อขวางไว้ไม่ให้เพลาหมุน (ใช้มือช่วยหมุ่นใบพัดขณะดูช่องว่างที่ยอยห์ ดูรูปที่11)
4. คลายน๊อตล็อคปลายใบพัดออก โดยหมุนทวนเข็มนาฬิกา
5. คลายใบพัดออกโดยหมุนทวนเข็มนาฬิกา
6. ดึงการ์ดออกจากเสื้อเพลา
7. คลายน๊อตที่ยึดเสื้อกับมอเตอร์ออก
8. ดึงเสื้อออกจากมอเตอร์
9. ถอดปลอกรองปลายเพลาออก
10. คลายสกรูตัวหนอนที่ยอยห์ออก
11. ใช้เครื่องมือถอดยอยห์ดันยอยห์ออกมาจากเพลามอเตอร์ และถอดลิ่มออก (ดูรูปที่12)
รูปที่11


รูปที่12






วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

คู่มือการใช้งาน และวิธีการรักษา เครื่องเติมอากาศ ยี่ห้อ HIBLOW รุ่น HP-40 ถึง HP-200




AIR PUMP "HIBLOW"

คู่มือการใช้งาน และวิธีการรักษา เครื่องเติมอากาศ ยี่ห้อ HIBLOW รุ่น HP-40 ถึง HP-200


A.การติดตั้งเครื่องเติมอากาศ
1. ควรติดตั้งเครื่องเติมอากาศอยู่เหนือระดับน้ำเสมอ เพื่อป้องกันการไหลย้อนกลับของของเหลว หรือน้ำเข้าเครื่องเติมอากาศ
2. ควรติดตั้งเครื่องเติมอากาศภายในชายคา
3. ห้ามติดตั้งเครื่องเติมอากาศในพื้นที่มีน้ำไหลนอง
4. เพื่อลดการเกิดไฟฟ้าช็อตลัดวงจร ควรมีการต่อสายดิน
5. ควรติดตั้งเครื่องเติมอากาศในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก
6. หลังการเดินท่อ ควรตรวจสอบสิ่งอุดตันในท่อเพื่อป้องกันการอุดตันที่เกิดขึ้น

B.วิธีการดูแลรักษาเครื่องเติมอากาศ
1. ควรดูแลรักษาไส้กรองอากาศทุก 2-4 อาทิตย์ ต่อ ครั้ง (ตามสภาพบริเวณติดตั้ง)
2. ควรดูแลรักษาไส้กรองเสียงภายในเครื่องทุก 4 อาทิตย์ ต่อ ครั้ง
3. ควรดูแลปลั๊กไฟให้อยู่ในสภาพการใช้งานที่เหมาะสม

C.วิธีตรวจสอบ และการแก้ปัญหา
อาการ
1. เครื่องเติมอากาศไม่ทำงาน
สาเหตุ
1. ปลั๊กไฟฟ้าไม่มีไฟจ่ายออกมา
2. สายไฟชำรุด
3. เครื่องใช้งานเกินกำลัง
วิธีการแก้ปัญหา
1. ตรวจสอบแหล่งจ่ายไฟฟฟ้า
2. เปลี่ยนสายไฟเส้นใหม่
3. ตรวจสอบสวิทย์ภายในเครื่อง หรือส่งกลับหาตัวแทนจำหน่าย


หลักการทำงานเบื้่องต้นของเครื่องเติมอากาศ
     เมื่อไฟฟ้า กระแสสลับถูกส่งเข้าก้อนแม่เหล็กไฟ แท่นแม่เหล็กจะเคลื่อนที่ ซึ่งเกิดจากแรงดูดของแม่เหล็กและแรงผลักระหว่างก้อนแม่เหล็กไฟฟ้าและแท่งแม่เหล็ก แท่งแม่เหล็กจะสั่นที่ความถี่เทียบกับแหล่งกำเนิดพลังงานและเปลี่ยนพื้นที่ของช่องว่างระหว่างยางไดอะแฟรม และห้องเสื้อ ผลที่ตามมา คือ มีการไหลเข้าของอากาศเกิดการบีบอากาศและระบายออกผ่านวาวล์
1. ความทนทาน
ส่วนที่เคลื่อนไหวของปั๊มคือ แท่งแม่เหล็กซึ่งเกิดจากการสั่นสะเทือนของแผ่นยางสังเคราะห์พิเศษ 2 เท่านั้น จึงทำให้ปั๊มทำงานได้ต่อเนื่องและยาวนาน
2. ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำมัน
ไม่มีการเสียดทานระหว่าง แท่งแม่เหล็กและแผ่นยาง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใส่น้ำมันในตัวปั๊ม เป็นให้ได้อากาศที่สะอาด
3. ประสิทธิภาพที่สูง
การทำงานของปั๊มอยู่บนพื้นฐานของการเคลื่อนไหวของก้อนแม่เหล็กไฟฟ้า โดยปราศจากการใช้งานของอุปกรณ์ในปั๊มจึงทำให้มีการกินไฟน้อย และได้ประสิทธิภาพที่สูง
4. เล็กกระทัดรัด
ปั๊มอากาศ ประกอบด้วย ก้อนแม่เหล็กไฟฟ้า 2 ก้อน ก้อนหนึ่งอยู่ด้านหน้า และอีกด้านหนึ่งก้อนหลังวางที่ตำแหน่งสมดุลกัน เพื่อให้ได้การเคลื่อนไหวของแท่งแม่เหล็กที่สมบูรณ์แบบ
5. เสียงเงียบ
ปั๊มถูกออกแบบให้ฉนวนเก็บเสียง และระบบลมที่ทำงานดีเยี่ยมเพื่อลดเสียงดังของการทำงาน
6. ปริมาณลมที่สม่ำเสมอ
ปริมาณลมที่ระบายออกจากปั๊ม เกิดจากระบบลมที่ทำงานและการเคลื่อนไหวสม่ำเสมอของก้อนแม่เหล็กไฟฟ้าด้วยเหตุผลนี้ จึงให้ได้ปริมาณที่สม่ำเสมอจากตัวปั๊ม
7. บำรุงรักษาง่าย
ปั๊มถูกออกแบบให้อุปกรณ์ชิ้นส่วนในปั๊มทำงานอย่างอิสระ จึงทำให้ง่ายและสะดวกต่อการเปลี่ยนอะไหล่ที่ชำรุด