วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

คู่มือการใช้งานและติดตั้งปั๊ม SELF-PRIMING CENTRIFUGAL PUMP "GSD"

คู่มือการใช้งานและติดตั้งปั๊ม
SELF-PRIMING CENTRIFUGAL PUMP
"GSD"


การทดลองเดินปั๊มหลังการติดตั้ง
     หลังจากที่ได้ติดตั้งปั๊ม เข้ากับระบบท่อดูดและท่อส่งแล้ว ก่อนที่จะเดินเครื่องให้ปั๊มทำงานเป็นครั้งแรกจำเป็นที่ต้องมีการตรวจสอบให้เรียบร้อยเสียก่อน มีอยู่บ่อยครั้งที่เสียหายในทันทีที่ทดลองให้ทำงานโดยมีสาเหตุมาจากความบกพร่องในการติดตั้ง ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มเดินเครื่องควรที่จะได้ตรวจสอบรายการดังต่อไปนี้เสียก่อน
     1. การหมุนของเพลา ตรวจสอบได้โดยการใช้มือหมุนเพราะดูว่าสามารถหมุนได้ง่ายหรือไม่ ถ้าฝืดมากไปหรือฝืดเป็นจุดแสดงว่าปั๊มและตัวกำลังยังไม่ได้ศูนย์ซึ่งกันและกันหรือมีการติดอุปกรณ์กันรั่วแน่นเกินไปจำเป็นต้องแก้ไขให้ถูกต้อง
     2. ทิศทางการหมุน ในกรณีที่ต้นกำลังเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าอาจมีการหมุนผิดทางได้ เนื่องจากต่อขั้วไฟฟ้าไม่ถูกต้องตรวจสอบได้โดยการเปิดและปิดสวิทซ์ทันที่ก็จะสังเกตทิศทางการหมุนได้
     3. การหล่อลื่น ในกรณีที่วัสดุหล่อลื่นของร่องลื่นเป็นน้ำมันก็จำเป็นต้องเติมน้ำมันที่มีคุณภาพตามที่
บริษัทผู้ผลิตกำหนดให้เติมตามระดับที่กำหนดไว้ และรักษาให้อยู่ในระดับดังกล่าวเสมอ
     4. การทำงานของอุปกรณ์ล่อน้ำ ตรวจสอบดูว่าอุปกรณ์ล่อน้ำทำงานตามที่ออกแบบไว้หรือไม่
     5. การทำความสะอาดภายในท่อระหว่างถังสูบและท่อสูบ ในการทำลองเดินเครื่องครั้งแรกสิ่งที่ระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง คือสิ่งแปลกปลอม เช่น ขยะหรือเศษโลหะต่างๆ ไหลเข้าไปติดในปั๊มถึงขนาดใช้งานไม่ได้ ดังนั้นอาจทำให้การติดตั้งเป็นแผ่นกรองชั่วคราวที่ท่อดูดเพื่อดักสิ่งแปลกปลอม

ข้อควรระวังก่อนการเริ่มเดินปั๊ม
ขั้นตอนในการเดินเครื่องปั๊มทำงานนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของปั๊มและการติดตั้งให้ปั๊มทำงานเมื่อเริ่มเดินเครื่องให้ปฏิบัติดังนี้
     1. ทำท่อน้ำให้น้ำเข้ามาหล่อเลี้ยงเรือนปั๊มจนเต็มก่อน ก่อนจะเดินเครื่องจะต้องแน่ใจว่ามีน้ำในท่อสูบ ทั้งนี้ เพราะว่าปั๊มส่วนใหญ่ต้องการน้ำมาหล่อลื่นระบายความร้อน ถ้าเดินเครื่องโดยไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงเป็นเวลานาน แผ่นกันสึก ร่องลื่นและอุปกรณ์กันรั่วนี้จะชำรุดได้
     2. ท่อดูดจ่ายน้ำทางด้านท่อจ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเริ่มเดินเครื่องนั้นให้ใส่น้ำอยู่ในท่อเลย ทั้งนี้เพื่อ
ป้องกันไม่ให้มีอัตราการสูบสูง ให้มีประสิทธิภาพและไม่เกินวอเตอร์แฮมเมอร์ในระบบท่อขึ้น รวมทั้งไม่เกิดคาวิเตชั้นขึ้นด้วย
     3. เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วกดปุ่มเดินเครื่องปั๊มน้ำ
     4. หลังจากที่มอเตอร์หมุนได้รอบความดันในท่อสูบหรือหน้าประตูน้ำระดับที่กำหนดแล้วก็ค่อยๆ เปิดประตูจ่ายน้ำลดน้อยจนกระทั่งสุดหรือได้ตามอัตราที่ต้องการ




http://www.airpumpcenter.com/

วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2560

คู่มือการใช้และการดูแลบำรุงรักษา เครื่องเติมอากาศ

คู่มือการใช้และการดูแลบำรุงรักษา
เครื่องเติมอากาศ
หลักการทำงานเบื้องต้น

            เมื่อกระแสไฟไหลผ่านขดลวดที่พันอยู่กับลวดแม่เหล็ก จะทำให้เกิดพลังแม่เหล็กที่แท่งแม่เหล็กนั้น แท่งแม่เหล็กจะเคลื่อนที่ไปทิศทางแรงดูดของแม่เหล็กและแรงผลักระหว่างก้อนแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นความถี่ เดียวกับกระแสไฟ AC การที่แท่งแม่เหล็กขยับส่งผลให้ระยะห่างระหว่างแผ่นไดอะแฟรมและห้องเสื้อทำให้เกิด การไหลเข้าของอากาศผ่านวาล์วแล้วบีบออกทางช่องลมอย่างสม่ำเสมอ

1. การติดตั้งของเครื่องเติมอากาศ
     1.1 ควรติดตั้งเครื่องเติมอากาศอยู่ในที่ร่มหรือใต้อาคารที่ระบายอากาศได้ดี ไม่เปียกชื้น
     1.2 ควรติดตั้งเครื่องเติมอากาศ สูง กว่าระดับน้ำ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำไหลย้อนกลับเข้าเครื่อง
เวลาปิดเครื่อง และหรือไฟฟ้าดับทันที
     1.3 การติดตั้งเครื่องเติมอากาศควรจะเผื่อระยะสายไฟกับเต้าเสียบไม่ให้ตึงเกินไป หรือ ระยะ
ห้อยของสายไฟมากเกินไป
     1.4 เมื่อติดตั้งเครื่องเสร็จแล้ว ควรตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้งก่อนใช้งาน อย่าเสียบปลั๊กหรือ
สายไฟเปียกชื้น
     1.5 ในกรณีที่เพิ่มสายไฟ ควรตรวจสอบก่อนว่าขนาดเบอร์ของสายไฟใช้ร่วมกันได้หรือไม่

2. การใช้งานและดูแลบำรุงรักษา
     2.1 เครื่องเติมอากาศถูกออกแบบมาใช้เป่าอากาศ ห้าม นำไปใช้ในน้ำ หรือ ของเหลว
     2.2 ควรทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศทุก 3 เดือน แผ่นกรองอากาศที่อุดตันเป็นสาเหตุของ
ความร้อนสูงผิดปกติ
     2.3 ไม่มีการเสียดทานระหว่างแท่งแม่เหล็กและแผ่นยางไดอะแฟรม ดังนั้นไม่จำเป็นต้องใส่
น้ำมันในตัวปั้ม อากาศที่ออกมาสะอาด
     2.4 เครื่องเติมอกาศถูกออกแบบให้อุปกรณืชิ้นส่วนในปั้มทำงานอย่างอิสระ จึงทำให้ง่ายและ
สะดวกต่อการดูแลและการเปลี่ยนอะไหล่ที่ชำรุด
     2.5 อุณหภูมิขณะใช้งานที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 41 °F - 104 °F
     2.6 การใช้งานในอุณหภูมิที่สูงกว่ากำหนดเป็นสาเหตุให้ปั้มเสียหาย หรือ ลดอายุการใช้งาน ควร
ตรวจสอบแผ่นกรองอากาศอุดตัน หรือ ท่อส่งอากาศอุดตันหรือเปล่า
     2.7 กรณีปั้มตกน้ำ หรือ น้ำเข้าเครื่อง ห้ามแตะ หรือ จับตัวปั้มเด็ดขาด ควรดึงปลั๊กออกก่อนแล้ว
ค่อยมาซ่อมบำรุง ตรวจเช็ค หรือส่งกลับที่ศูนย์จัดจำหน่ายและบริการ




http://www.airpumpcenter.com/



วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2560

คู่มือบำรุงรักษา เครื่องจ่ายอากาศ(AIR BLOWER) LONGTECH ROOTS BLOWER

คู่มือบำรุงรักษา

เครื่องจ่ายอากาศ
(AIR  BLOWER)

LONGTECH ROOTS BLOWER 

1.ข้อควรระวัง 
  1.1 ก่อนที่จะทำการตรวจเช็คหรือซ่อมบำรุงรักษามอเตอร์ จะต้องทำการปิดสวิทซ์ไฟฟ้าของปั๊มลมก่อนเสมอ
  1.2 จะต้องตรวจสอบฝาครอบตัวกรองอากาศ ฝาครอบมอเตอร์ปั๊มลมจะต้องครอบและอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เสมอ

2.การติดตั้ง
  2.1 ก่อนการติดตั้งปั๊มลมจะต้องตรวจสอบดูว่าระดับน้ำมันอยู่ในระดับปกติหรือไม่และทำการซ่อมแซมในส่วนที่ชำรุดก่อนทำการติดตั้งปั๊ม
  2.2 ควรที่จะทำการติดตั้งพัดลมระบายอากาศภายในห้องปั๊มลม ถ้าหากอุณหภูมิในห้องสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส เพื่อทำการระบายอากาศร้อนออกไปและยังช่วยยืดอายุการใช้งานของปั๊มลม
  2.3 เมื่ออากาศภายนอกมีความสกปรกมาก ควรที่จะติดตั้งกรองอากาศที่ทางดูดของปั๊มลม
  2.4 เมื่อใช้เป็นปั๊มดูดลมควรที่จะติดตั้งกรองอากาศที่ทางดูดของปั๊มลมด้วย เพื่อป้องกันเศษวัสดุถูกดูดเข้าไปในตัวโรเตอร์ของปั๊มลม ซึ่งจะทำให้โรเตอร์ปั๊มเสียได้
  2.5 ควรติดตั้งปั๊มลมบนแท่นเครื่องและควรมีแท่นยางรองรับแท่นมอเตอร์ปั๊มลม เพื่อช่วยลดแรงสั่นสะเทือนของปั๊มทำให้ยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น

3.ระบบท่อ
  3.1 ติดตั้งวาลว์กันลมย้อนกลับเข้าไปในห้องปั๊ม ซึ่งจะป้องกันไม่ให้ปั๊มลมทำงานหนักมากกว่าปกติ
  3.2 ท่อลมที่ใช้ควรเป็นท่อเหล็กและควรติดตั้งข้อต่ออ่อนระหว่างปั๊มลมกับท่อเมนลม เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนของท่อ

4. การเดินปั๊มลม
ก่อนที่จะทำการเดินปั๊มลมควรแน่ใจว่าได้ทำการตรวจสอบตามหัวข้อข้างล่างนี้แล้ว
  4.1 ระบบไฟฟ้า
  4.1.1 ตรวจสอบแรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า ที่ออกมาว่าถูกต้องกับมอเตอร์หรือไม่
  4.1.2 ตรวจสอบการเข้าสายมอเตอร์และขนาดสายไฟฟ้าที่ใช้ว่าถูกต้องหรือไม่
  4.2 ระบบท่อลม
  4.2.1 ตรวจสอบในระบบท่อว่ามีเศษวัสดุค้างในท่อหรือไม่พร้อมทั้งทำความสะอาดภายในระบบท่อโดยใช้ลมอัดไล่ออกมา
  4.2.2 ควรทำการตรวจสอบระดับลาดเอียงของท่อว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะจะทำให้เกี่ยวเนื่องต่อประสิทธิภาพของลมที่ออกมา ต้องเดินท่อตามหลักงานเดินท่อลม
     4.3 ระบบขับสายพาน
          4.3.1 ระยะตึงของสายพานที่ดีที่สุดควรมีค่าความหย่อนอยู่ที่ 5-10 มม. วิธีการตรวจสอบโดยการกดที่จุดกึ่งกลางของสายพานแล้วดูความหย่อน ถ้าพบว่าสายพานหย่อนเกินค่ามาตรฐานให้ทำการตั้งใหม่ทันทีและควรตรวจสอบทุกๆ สัปดาห์
  4.4 ตรวจสอบทิศทางการหมุนว่าถูกต้องหรือไม่
  4.4.1 ทำการตรวจสอบทิศทางการหมุนของมอเตอร์ให้ถูกต้องตรงตามลูกศรที่ชี้บอก ซึ่งติดไว้บนฝาครอบมอเตอร์
  4.5 ตรวจสอบวาลว์ระบายแรงดัน
  4.5.1 ควรตั้งค่าวาลว์ระบายลมเกินอยู่ที่ค่าใช้แรงดัน 1.1-1.5 ปอนด์
  4.6 ระบบหล่อลื่น
  4.6.1 จะมีช่องตรวจสอบระดับน้ำมันหล่อลื่น 2 ช่อง ต้องตรวจสอบดูว่าน้ำมันอยู่ในระดับปกติหรือไม่ ระดับน้ำมันจะต้องอยู่ที่ 2/3 ของช่องระดับ ถ้าพบว่าเหลือน้อยกว่า ½ ของระดับน้ำมันให้ตรวจสอบดูว่าเกิดการรั่วตามจุดต่างๆ หรือไม่จุดที่ตรวจสอบได้แก่ ฝาครอบเกียร์,ช่องระดับ,รูถ่ายน้ำมัน หากพบรอยรั่วให้ทำการแก้ไข แล้วจึงเติมน้ำมันหล่อลื่นให้ได้ระดับก่อนที่จะเดินปั๊มลม
  4.6.2 ระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
- น้ำมันหล่อลื่นเปลี่ยนถ่ายทุก ๆ 5,000 ชม. หรือ ทุกๆ 6 เดือน
- ไส้กรองอากาศควรเปลี่ยนทุกๆ 3,000 ชม. หรือ ทุกๆ 4 เดือน
  4.6.3 เบอร์น้ำมันหล่อลื่นที่ใช้ เชลล์ โอมาลา (SHELL-OMALA) เบอร์ 150-220 LONGTECH Lubricate เบอร์ 180-240 หรือที่เทียบเท่าเบอร์คุณภาพนี้

5.การบำรุงรักษา
  5.1 ตรวจเป็นประจำ
ตรวจสอบทิศทางการหมุนของปั๊มลมว่าถูกต้องหรือไม่ และตรวจสอบวาลว์นิรภัยว่าตั้งถูกต้องกับค่ามาตรฐานหรือไม่
  5.2 ตรวจสอบประจำวัน
ตรวจสอบแรงดันว่าถูกต้องหรือไม่,ตรวจสอบระดับน้ำมันว่าปกติหรือไม่ตรวจสอบกระแสไฟฟ้าถูกต้องหรือไม่,ตรวจสอบสายพานปกติหรือไม่
  5.3 ตรวจสอบประจำ 3 เดือน
ตรวจสอบสภาพน้ำมันว่าสกปรกหรือไม่,ระดับน้ำมันผิดปกติหรือไม่,ตรวจสอบและปรับระตึงหย่อนของสายพานให้อยู่ในสภาพปกติ,ตรวจสอบวาลว์นิรภัยและตั้งค่าให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน,ทำความสะอาดไส้กรองอากาศทางดูดเข้า
  5.4 ตรวจสอบประจำ 4 เดือน เปลี่ยนไส้กรองอากาศ
  5.5 ตรวจสอบประจำ 6 เดือน เปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่น
  5.6 ตรวจสอบประจำ 1 ปี เปลี่ยนสายพาน
  5.7 ตรวจสอบประจำ 3 ปี เปลี่ยนลูกปืน และซีลกันน้ำมัน


6.วิธีการแก้ไข ปั๊มลมเบื้องต้น
  6.1 ปัญหาที่พบ -  ปั๊มลมหยุดทำงาน
สาเหตุ -  ตัวโรเตอร์อาจเป็นสนิม หรือ อาจเกิดปัญหาห้องโร
   เตอร์ที่เกิดลมดันย้อนหรือโรเตอร์ขัดกันเอง
-  สายพานลื่นหรือขาด
-  กระแสไฟฟ้าตกหรือมาไม่ครบเฟส
การแก้ไข -  ทำความสะอาดโรเตอร์และตรวจสอบทิศทางการหมุน,
   ตรวจสอบแรงตึงของสายพาน
-  เปลี่ยนสายพานหรือปรับใหม่ให้ถูกต้อง
-  ตรวจสอบกระแสไฟฟ้าที่มาถูกต้องหรือไม่
  6.2  ปัญหาที่พบ -  ไม่มีลมออกมา
สาเหตุ -  วาลว์ไม่เปิด,เช็ควาลว์ค้างหรือขัดตัวหรือติดเช็ควาลว์ผิดทาง
-  โรเตอร์หมุนกลับทิศทาง
-  มีการรั่วในท่อและข้อต่อต่างๆ
-  มีสิ่งของหรือเศษวัสดุอุดตันในเส้นท่อลม
การแก้ไข -  เปิดวาลว์ ตรวจสอบเช็ควาวล์ และติดตั้งทิศทางการไหลให้ถูกต้อง
-  สลับขั้วไฟฟ้า 2 สาย จากไฟฟ้า 3 เฟส ขั้ว UVW
-   อุดรอยรั่วต่างๆ  และขันใหม่ให้แน่น
-  ทำความสะอาดท่อใหม่ทั้งหมด
  6.3  ปัญหาที่พบ -  เสียงดังผิดปกติ
สาเหตุ -  มีสิ่งสกปรกในห้องเครื่องโรเตอร์
-  ลูกปืนแตกซึ่งทำให้โรเตอร์ติดกันจึงเกิดเสียงดังขึ้นมา
-  เกียร์ขับโรเตอร์ชำรุดจึงทำให้โรเตอร์แตะกันจึงเกิดเสียงดังขึ้นมา
-  ไม่มีน้ำมันหล่อลื่น
-  อัตราการไหลลมออกมาสูงมากกว่าปกติ
-  น้ำมันหล่อลื่นสกปรกมาก
การแก้ไข -  ตรวจสอบท่อทางออก,เช็ควาลว์ต่างๆว่าปรับ และตั้งค่าถูกต้องหรือไม่
-  ตรวจสอบระดับน้ำมันหล่อลื่นอยู่ในระดับปกติหรือไม่
-  ติดตั้งพัดลมระบายอากาศในห้องปั๊มลมเพื่อระบายอากาศร้อนออกไปให้เร็วขึ้น
  6.4  ปัญหาที่พบ -  น้ำมันรั่ว
สาเหตุ -  ตรวจสอบที่รูถ่ายน้ำมันด้านล่างของห้องเกียร์ว่าปิดสนิทหรือไม่
-  ตรวจสอบว่าน้ำมันร้อนเกินไปหรือไม่ซึ่งทำให้เกิดแรงดันน้ำมัน
           ไม่เพียงพอหรือใส่เบอร์น้ำมันหล่อลื่นปั๊มลมผิด
-  ห้องเก็บน้ำมันมีปัญหามีรอยรั่วซึม
-  ซีลกันน้ำมันรั่วหรือประกอบซีลที่ฝาครอบผิด
-  ช่องตรวจน้ำมันรั่วซึมออกมา
การแก้ไข -  หยุดเดินปั๊มลมปิดสวิทซ์ไฟฟ้าก่อนซ่อมแล้วตรวจสอบระดับ
   น้ำมันหล่อลื่นว่าถูกต้องหรือไม่
-  ตรวจสอบความร้อนของน้ำมันผิดปกติแรงดันถูกต้องหรือไม่ 
       เบอร์ น้ำมันหล่อลื่นถูกต้องหรือไม่
-  ประกอบฝาครอบน้ำมันใหม่หรือเปลี่ยนใหม่
-  เปลี่ยนซีลกันน้ำมันใหม่และประกอบให้ถูกต้อง
-  ขันช่องตรวจสอบให้แน่น
-  ตรวจสอบน้ำมันหล่อลื่นว่าสกปรกหรือไม่





http://www.airpumpcenter.com/



วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559

คู่มือการบำรุงรักษา เครื่องเติมอากาศใต้น้ำ “TSURUMI” SUBMERSIBLE EJECTOR / AERATOR

คู่มือการบำรุงรักษา
สำหรับ
เครื่องเติมอากาศใต้น้ำ
“TSURUMI” SUBMERSIBLE EJECTOR / AERATOR


การใช้งานและการบำรุงรักษาเครื่องเติมอากาศใต้น้ำ “ซูรูมิ”

เพื่อให้เครื่องเติมอากาศใต้น้ำอยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนเริ่มเดินเครื่องเติมอากาศ ควรศึกษาคู่มือฉบับนี้ก่อนให้เข้าใจและโปรดปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ ตามคำแนะนำ
ถ้าหากมีปัญหาประการใด โปรดสอบถาม ฝ่ายบริการซูรูมิของทางห้างฯ ได้

1.  ส่วนประกอบของเครื่องเติมอากาศใต้น้ำ


2.  การตรวจสอบก่อนใช้งาน

2.1 ตรวจสภาพเครื่องเติมอากาศจนแน่ใจว่าไม่มีส่วนใดชำรุดเสียหาย เนื่องจากการขนส่ง หรือการติดตั้งเครื่องเติมอากาศ
2.2 ห้ามทิ้งปลายสายไฟลงน้ำ หรือ ยกตัวเครื่องเติมอากาศด้วยสายไฟที่ติดมากับตัวเครื่องเติมอากาศ ซึ่งอาจทำให้น้ำเข้าเครื่องเติมอากาศ หรือทำให้สายไฟขาด และจะเป็นสาเหตุทำให้มอเตอร์ไหม้ได้
2.3 ในกรณีที่สายไฟจากตัวเครื่องเติมอากาศมีความยาวไม่เพียงพอ และจำเป็นต้องต่อสายไฟอย่าต่อขั้วสายไฟบริเวณที่น้ำอาจท่วมถึง เพราะจะทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรได้ ความยาวสายไฟให้ใช้แต่เพียงพอเท่านั้น อย่าใช้สายไฟยาวเกินความจำเป็น และให้ใช้ขนาดที่พอเหมาะ ถ้าสายไฟยาวเกินไปอาจทำให้แรงดันต่ำเกินไป ทำให้ไม่สามารถสตาร์ทมอเตอร์ได้


3.  การเดินเครื่อง
3.1 การต่อขั้วสายไฟ ตามตารางด้านล่าง สายไฟจากตัวมอเตอร์จะเป็นดังนี้




รูปแสดง  ขั้วต่อสายไฟของเครื่องเติมอากาศใต้น้ำ


3.2 ทิศทางการหมุนของใบพัด  ถ้าการต่อสายถูกต้องตามรูปแบบ การหมุนของใบพัดก็จะหมุนในทิศทางที่ถูกต้อง คือ หมุนทวนเข็มนาฬิกา ถ้าดูจากทางด้านล่างของตัวเครื่องเติมอากาศ ถ้าหากการหมุนของใบพัดผิดทิศทาง ให้สลับเฟสจากแหล่งจ่ายไฟฟ้า 2 สายใดในจำนวน 3 สาย (R, S, T)   หรือ   (U, V, W)
3.3 เนื่องจากมอเตอร์ชนิดนี้ เป็นชนิดที่ต้องแช่น้ำตลอดเวลา ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องต่อสายดิน (Ground) สายดินของเครื่องเติมอากาศจะเป็นสีเขียว
3.4 ระบบป้องกันมอเตอร์ไหม้จากความร้อน มีอุปกรณ์ติดตั้งไว้สำหรับหยุดการทำงานของมอเตอร์ ในกรณีที่ขดลวดของมอเตอร์ร้อนเกินไปอันเนื่องจากการทำงานผิดปกติ หรือเกินกำลังมอเตอร์ ซึ่งจะสั่งตัดการทำงานของมอเตอร์ที่อุณหภูมิ 1150C  ± 50C
-โดยขนาดของมอเตอร์ 7.5 kw. หรือต่ำกว่า จะใช้ Circle Thermal Protector (CTP) เมื่อมอเตอร์เย็นลง เครื่องจะทำงานโดยอัตโนมัติ ทำให้มอเตอร์สตาร์ทเครื่องเอง
-และขนาดของมอเตอร์ 11 kw. ขึ้นไป จะใช้ Miniature Thermal Protector (MTP) มีในมอเตอร์ที่สตาร์ทแบบ Star-Delta และมีหลักการทำงานคล้าย CTP ตัดการทำงานของมอเตอร์ด้วยความร้อน โดยจะส่งสัญญาณให้ไปตัดวงจรการทำงานของมอเตอร์ที่ตู้ควบคุมไฟฟ้า ถ้าต้องการให้ทำงาน ต้องกดปุ่ม RUN,ON ที่ตู้ควบคุม (ก่อนที่จะสตาร์ทมอเตอร์ ควรจะตรวจสอบว่ามีสาเหตุอะไรที่ทำให้มอเตอร์เกิดความร้อนสูง)



4.  การตรวจสภาพเครื่องเติมอากาศ
ระยะที่ต้องตรวจ และหลักการตัดสินว่าเครื่องเติมอากาศทำงานปกติหรือไม่ ในระหว่างการทดสอบในสถานที่ใช้งาน (Field Test) หรือการทำงานประจำวัน มีดังต่อไปนี้
4.1 ตรวจสอบระบบหล่อลื่นน้ำมัน ตรวจสภาพทุกๆ 6 เดือน และเปลี่ยนทุกๆ 1 ปี ถอด Oil Plug ของเครื่องเติมอากาศ เทน้ำมันออก ถ้าพบว่ามีน้ำผสมอยู่ในน้ำมัน (สังเกตได้โดยน้ำมันจะมีสภาพผิดปกติ) ซีลของเพลามีความจำเป็นต้องเปลี่ยน ถ้าน้ำมันที่เทออกมาแล้วอยู่ในสภาพปกติ ให้เติมน้ำมันใหม่ในปริมาณที่กำหนดไว้ แล้วทำการอุดด้วย Oil Plug (น้ำมันที่ใช้ Turbine Oil ISO VG 32) ให้เปลี่ยนซีลยาง (O-Ring) ของ Oil Plug ด้วยถ้าพบว่าชำรุด
4.2 ถ้าสมรรถนะของตัวเครื่องเติมอากาศลดลง อาจจะเป็นเพราะว่าใบพัดของตัวเครื่องเติมอากาศสึกกร่อน หรือมีขยะอุดตันที่ใบพัด ถ้าเป็นเช่นนี้ให้ถอดใบพัดและเอาขยะที่อุดตันออก
4.3 การตรวจสอบเครื่องเติมอากาศ และระบบท่อส่ง
4.3.1 ตรวจเครื่องเติมอากาศ : ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง และทำงานตามที่ระบุไว้ที่เครื่อง
4.3.2 ตรวจใบพัดของเครื่องเติมอากาศ : ไม่ตันและไม่สึกกร่อน

5.  การตรวจสอบระบบไฟฟ้า (ตามปกติ)
5.1  ตรวจแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้า ว่าจ่ายแรงดันและกระแสไฟฟ้าตามปกติหรือไม่
        5.2  ตรวจขนาดของฟิวส์ได้ตามขนาดที่ต้องการหรือไม่ ควรมีฟิวส์สำรองไว้ในตู้ควบคุม
        5.3  ตรวจขนาดและค่าต่างๆ ของอุปกรณ์ภายในตู้ควบคุม ตั้งได้ค่าและตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่ (เช่น พวกเทอร์มอล รีเลย์ ฯลฯ)
        5.4 ตรวจสภาพของฉนวนไฟฟ้าของขดลวดพันมอเตอร์โดยใช้ Megger Tester ให้ถอดสายไฟฟ้าของตัวเครื่องเติมอากาศออกจากตู้ควบคุมก่อนทำการตรวจวัดทุกครั้ง โดยวัดสภาพของฉนวนระหว่างสายไฟฟ้ากับสายดิน ค่าที่วัดได้ต้องมีค่าตั้งแต่ 10 Megohm ขึ้นไป มอเตอร์จึงจะอยู่ในสภาพใช้งานได้ ถ้าค่าที่วัดได้ต่ำกว่า 10 Megohm จะต้องทำการถอด Motor และทำการซ่อมแซม การตรวจสภาพฉนวนไฟฟ้า ควรตรวจทุก 3 เดือน



6.  เหตุขัดข้องและวิธีแก้ไข  EJECTOR, AERATOR





http://www.airpumpcenter.com/

วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559

เครื่องเติมอากาศแบบกังหันตีน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ / โซล่าเซลล์

เครื่องเติมอากาศแบบกังหันตีน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ / โซล่าเซลล์


หายไปนานเลย กลับมาพร้อมสิ่งดีๆคะ ทั้งคุณภาพดี และประหยัดพลังงาน รักโลกสุดๆ^^







คุณลักษณะเฉพาะเครื่องกังหันเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์

  1. เริ่มทำงานเมื่อมีแสงอาทิตย์โดนแผงโซล่าเซลล์เต็มพื้นที่
  2. ทำงานได้แม้ขณะที่มีความเข้มแสงน้อยโดยจะลดความเร็วของการหมุนลง
  3. ติดตั้งใช้งานได้ทุกพื้นที่ แม่น้ำลึกเพียง 30 ซม. และลอยขึ้นลงตามระดับน้ำ
  4. สามารถเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ และทำให้เกิดการไหลเวียนของน้ำ
  5. ใช้พลังงานจากธรรมชาติ 100% โดยไม่ต้องเสียค่าไฟฟ้า
  6. เสริมสร้างในหลักของฮวงจุ้ย ดูสวยงามและเพลิดเพลิน



ข้อกำหนดการใช้งานและบำรุงรักษา

  1. อัดจาระบีหรือน้ำมันหล่อลื่นที่เป็นลูกปืนและโซ่ทุกๆ 2-3 เดือน
  2. ทำแนวกันขยะลอยและขอนไม้ ไม่ให้เข้าไปทำความเสียหายให้กับเครื่องกังหัน
  3. เปลี่ยนแปลงถ่านของมอเตอร์ทุกๆ 12 เดือน หรือเมื่อแปลงถ่านหมดอายุการใช้งาน
  4. ทำความสะอาดแผงโซล่าเซลล์เพื่อนให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดของการทำงาน
  5. ตรวจสอบความแข็งแรงของเสาหลักยึดให้แข็งแรงไม่หลุดง่าย
  6. หากเกิดความเสียหายใดๆหรือเครื่องมีปัญหาปรึกษาผู้ผลิต


ส่วนประกอบ

  1. แผงโซล่าเซลล์ชนิด MONO-250w.
  2. ทุ่นลอย ใบ และฝาครอบ วัสดุ Polyethylene
  3. มอเตอร์เฝืองทด DC-350w. /24v.
  4. แบริ่งลูกปืน, ชุดเพลาและระบบส่งกำลัง
  5. กล่องอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์หล่อกันน้ำ
  6. โครงสร้างทำจากสแตนเลสสตีล





วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ประเภทของปั๊มลม ปั้มลม ( AIR COMPRESSOR )

สวัสดีคะ วันนี้เราจะมีพูดถึงประเภทของปั๊มลมกันนะค่ะ ว่ามีกี่ประเภท อะไรบ้าง

ประเภทของปั๊มลม ปั้มลม ( AIR COMPRESSOR )
เขียนเมื่อ: วันอาทิตย์ 19 ธันวาคม 2553 16:21 ที่ใช้กันทั่วๆไปมี 6 ประเภท

  1. ปั้มลมแบบลูกสูบ (PISTON COMPRESSOR)
  2. ปั้มลมแบบสกรู (SCREW COMPRESSOR)
  3. ปั้มลมแบบ ไดอะเฟรม (DIAPHARGM COMPRESSOR )
  4. ปั้มลมแบบใบพัดเลื่อน ( SLIDING VANE ROTARY COMPRESSOR )
  5. ปั้มลมแบบใบพัดหมุน ( ROOTS COMPRESSOR )
  6. ปั้มลมแบบกังหัน (RADIAL AND AXIAL FLOW COMPRESSOR)

 

ปั้มลมแบบลูกสูบ (PISTON COMPRESSOR)
เป็นปั้มลมที่นิยมใช้กันมากที่สุด เพราะสามารถอัดลมได้ตั้งแต่ความดันต่ำ จนถึงความดันสูง สามารถสร้างความดันได้ตั้งแต่หนึ่งบาร์จนถึงเป็นพันบาร์
โดยขึ้นอยู่กับจำนวนขั้นของการอัด ถ้าขั้นในการอัดมากก็จะสามารถสร้างความดันให้สูงขึ้นตามไปด้วย

ปั้มลมแบบสกรู ( SCREW COMPRESSOR ) 
ปั้มอัดลมชนิดนี้ภายในคอมเพรสเซอร์ชนิดนี้จะมีเพลา สกรูสองเพลาที่หมุนขบกัน เรียกว่า เพลาตัวผู้ และเพลาตัวเมีย
เพลาสกรูทั้งสองจะประกอบอยู่ในตัวเรือน เดียวกันโดยหมุนด้วยความเร็วรอบเกือบเท่ากัน ซึ่งเพลาตัวผู้จะหมุนเร็วกว่าเพลาตัวเมียเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และมีทิศทางการหมุนเข้าหากัน
ทำให้ดูดลมจากด้านหนึ่ง และอัดส่งต่อไปอีกด้านหนึ่งได้ โดยสามารถทำให้ค่าความดันสูงถึง 10 บาร์ และมีอัตราการจ่ายลมได้ถึง 170 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที

ปั้มลมแบบไดอะเฟรม ( DIAPHARGM COMPRESSOR ) 
ใช้หลักการของปั้มลมแบบลูกสูบโดยจะใช้ไดอะ เฟรมเป็นตัวทำให้ลูกสูบและห้องดูดอากาศแยกออกจากกัน นั่นหมายถึงว่า ลมที่ถูกดูดในปั้มอัดลมชนิดนี้จึงปราศจากน้ำมันหล่อลื่น ด้วยเหตุนี้ปั้มอัดลมแบบนี้ จึงนิยมใช้กันในอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยาและอุตสาหกรรมเคมี

ปั้มลมแบบใบพัดเลื่อน ( SLIDING VANE ROTARY COMPRESSOR )
ปั้มลมชนิดนี้จะมีการหมุนที่เรียบสม่ำเสมอ เสียงไม่ดัง การผลิตลมเป็นไปอย่างคงที่ ความสามารถในการผลิตลมสามารถทำได้ 4 ถึง 100 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที ความดันที่ทำได้ 4 ถึง 10 บาร์

ปั้มลมแบบใบพัดหมุน ( ROOTS COMPRESSOR )
เมื่อโรเตอร์ทั้งสองหมุน อากาศจะถูกดูดจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงปริมาตร ทำให้อากาศไม่ถูกอัดตัว แต่อากาศจะถูกอัดตัวในกรณีที่อากาศถูกส่งเข้าไปในถังเก็บลม ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการระบายความร้อน

ปั้มลมแบบกังหัน ( RADIAL AND AXIAL FLOW COMPRESSOR )
ปั้มลมชนิดนี้ใช้หลักการของกังหันใบพัด การเคลื่อนที่ของโรเตอร์มีความเร็วสูง จะทำให้ลมถูกดูดจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง ปั้มลมแบบ นี้เหมาะกับงานที่ต้องการอัตราไหลของลมสูง คือ สามารถผลิตอัตราการจ่ายลมได้ตั้งแต่ 170 ถึง 2000 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที แต่ความดันไม่สูงมากนัก คือ 4 ถึง 10 บาร์


 ข้อมูลจาก raveeintertrade.com


http://www.airpumpcenter.com/


วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

วิธีการติดตั้ง "ปั๊มน้ำ"

วิธีการติดตั้ง "ปั๊มน้ำ"
1. ระยะดูดจากระดับผิวน้ำถึงกึ่งกลางตัวปั๊ม ไม่ควรเกิน 6 เมตร
2. ระยะ (L) ไม่ควรเกิน 1 เมตร เพื่อลดแรงต้านทาน และแรงสูญญากาศ
3. อย่าใช้ท่ออ่นอหรือสายยางทำท่อดูดและท่อส่ง เพื่อหลีกเลี่ยงท่อตีบและบิดงอ
4. ใช้ท่อที่มีขนาดเท่ากับทางเข้า-ออกของปั๊ม
5. ควรติดตั้งวาล์วทั้งสองด้านของปั๊ม ห่างจากปั๊มด้านละประมาณ 1-2 ฟุต
เพื่อสะดวกในการถอดปั๊มซ่อมแซม และช่วยป้องกันน้ำไหลย้อนขณะไล่อากาศก่อนใช้ปั๊ม
6. ปลายท่อดูดควรห่างจากก้นบ่อและผนัง อย่างน้อย 1.5-2เท่า ของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางท่อดูด
7. ควนใส่หัวกระโหลก หรือใส่อุปกรณ์กรองที่ปลอยท่อดูด (แต่ช่องที่น้ำหลผ่าน หน้าตัดรวมต้องไม่น้อย
กว่าหน้าตัดท่อดูด)
8. อย่าต่อท่อหลายทาง หรือต่อท่อโค้งงอ
9. ติดตั้งปั๊มที่ร่ม ไม่โดนฝนและแสงแดด
10. ติดตั้งปั๊มห่างจากแหล่งกำเนิดความร้อนต่างๆ อย่างน้อย 2-3 เมตร
11. ติดตั้งปั๊มห่างจากผนังรอบด้าน อย่างน้อย 1 ฟุต เพื่อนสะดวกในการตรวจเช็คซ่อมบำรุง
และระบายความร้อน
12. ใช้วัสดุยืดหยุ่นและซับแรงสั่นสะเทือนในการยึดฐานปั๊ม เช่น ยาง ฯลฯ
13. กระแสไฟฟ้าต้องเป็นระบบเดียวกับปั๊ม ควรติดตั้งอุปรณ์ตัดไฟ และต่อสายดินทุกครั้ง


การใช้งานและข้อควรระวัง

1. ทดลองหมุนเพลาของปั๊มด้วยมือโดยหมุนที่ใบพัดหลังให้มั่นใจว่าหมุนคล่องตัง
2. ปิดวาล์วทางออกน้ำ (1) เพื่อเตรียมการล่อน้ำ
3. เปิดสกรู A เติมน้ำใส่ให้เต็มเพื่อไล่อากาศและปิด
4. เปิดปั๊ม
5. ค่อยๆเปิดวาล์วทางออกน้ำ (1) ให้สุด
6. หลีกเลี่ยงการดูดของเหลวที่ไม่ใช่น้ำ หรือน้ำปนสารเคมี
7. ก่อนการซ่อมบำรุง ควรตัดกระแสไฟฟ้าก่อนทุกครั้ง
นี่ก็คือหลักการเบื้องต้น ของการใช้ปั๊มน้ำ เป็นการช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของปั๊มได้มากขึ้นครับ